♥‹(•¿•)› *•THANK•*¨♥*•YOU•*♥¨‹(•¿•)›*•SO•*♥¨*•MUCH!•*♥*•WONDERFUL*♥•¨*
  • Twitter Updates

    บทความไอที สาระ Web โดย ณ คลัง Saraweb : The Interest Business สาระWEB โดย ณ คลัง หนังสือดอกเบี้ยธุรกิจ หน้า 5
    March 2010
    M T W T F S S
    « Feb    
    1234567
    891011121314
    15161718192021
    22232425262728
    293031  

    Tag Cloud

    WP Cumulus Flash tag cloud by Roy Tanck requires Flash Player 9 or better.

    Tags

    สาระWEB โดย ณ คลัง

    ปีที่ 16 ฉบับที่ 892 ประจำวันจันทร์ที่ 8 มี.ค. 2553-วันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค. 2553 หน้า 5 ซิมอัจฉริยะ สร้างคอมมูนิตี้ไร้สาย

    ซิมอัจฉริยะ สร้างคอมมูนิตี้ไร้สาย

     การพัฒนาเทคโนโลยีบนซิมได้ก้าวหน้าล้ำยุคล้ำสมัยไปมากกว่าที่หลายคนคนคิด และซิมกำลังจะสร้างคอมมูนิตี้ไร้สายรูปแบบใหม่ให้กับสังคมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มครอบครัวและคนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เทคโนโลยี ซิมอัจฉริยะ ที่หลายค่ายต่างออกมาประชันกันทำให้เกิดคอมมูนิตี้รูปแบบใหม่ในสังคมไทย จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซิมอัจฉริยะ (Smart SIM) มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยบรรจุอยู่ภายในเรียกว่า DSTK (Dynamics SIM Tool Kit) มาพร้อมเป็นแอปพลิเคชั่น เพื่อใช้งานรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ซิมอัจฉริยะนี้ยังมีการนำเทคโนโลยี MVPN (Mobile Virtual Private Network) ที่ทำให้ทุกคนที่ใช้ซิมอัจฉริยะนี้สามารถโทร.หากันฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดมี “แสนสิริ แฟมิลี่ ซิม” ซึ่งเป็นซิมอัจฉริยะที่มีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นพิเศษเฉพาะครอบครัวแสนสิริ เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวสามารถอัปเดตและเข้าถึงข่าวสารข้อมูลต่างๆ ของแสนสิริได้อย่างรวดเร็วผ่าน “เมนูแสนสิริ” บนมือถือทุกรุ่น รวมทั้งซิมนี้จะช่วยให้คนในครอบครัว รวมถึงลูกบ้านโครงการแสนสิริที่อยู่ในโครงการเดียวกันสามารถโทร.หากันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี แสนสิริมีลูกบ้านทุกโครงการถึง 15,000 ครอบครัว หรืออาจมากกว่า 50,000 คนที่อยู่ในโครงการแสนสิริ หากเปลี่ยนมาใช้แสนสิริ แฟมิลี่ ซิม ก็จะทำให้เกิดชุมชนสื่อสารรูปแบบใหม่ขึ้น เป็นการทำตลาดรูปแบบใหม่ตอบโจทย์ความต้องการด้านไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของกลุ่มผู้อยู่อาศัยของแสนสิริ ตั้งแต่สินค้าไปจนถึงการบริการหลังการอยู่อาศัย รวมทั้งรองรับแนวโน้มพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าที่คาดว่าจะให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการควบคู่กันในอนาคต มีการพัฒนารูปแบบและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องในอนาคต ทั้งในส่วนไลฟ์สไตล์คอนเทนต์ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร แฟชั่น ไปจนถึงบริการที่ให้ผู้ใช้งานซิมนี้หายห่วงกับเรื่องกังวลใจบางอย่างด้วยบริการ Child Care และบริการ Home Security ที่จะสามารถทราบตำแหน่งของสมาชิกในครอบครัวได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด รวมทั้งทราบความเคลื่อนไหวในบ้านได้ทันทีเช่นกัน เพียงเช็กข้อมูลผ่านมือถือของทุกคนที่ใช้ซิมและบริการนี้ ค่ายเอไอเอสคือผู้ที่ร่วมมือกับแสนสิริ แน่นอนว่าต้องขยายไปสู่โครงการอื่นๆ ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ด้วย เนื่องจากแนวโน้มของสินค้าและบริการในอนาคตเป็นปัจจัยหลักที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไป เพื่อรองรับทุกความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้มีความครอบคลุมสูงสุด ดังนั้น พันธมิตรทางธุรกิจที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน รวมทั้งมีสินค้าและบริการที่ส่งเสริมธุรกิจซึ่งกันและกัน จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันการคิดค้นและนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ สู่กลุ่มลูกค้า ซึ่งสุดท้ายแล้วจะส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับมูลค่าเพิ่มในตัวสินค้ามากที่สุด

    ส่วน (Touch SIM) เป็นซิมอัจฉริยะบนมือถือทรูมูฟ ผ่านบริการทรูมันนี่ พัฒนาด้วยเทคโนโลยี RFID ในซิมมือถือเป็นรายแรกของโลก เพียงสัมผัสก็สามารถตอบโจทย์ชีวิตคอนเวอร์เจนซ์สมบูรณ์แบบ ชูจุดเด่นสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เติมเต็มหลากหลายไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะที่สามารถบันทึกข้อมูลส่วนตัว เก็บข้อมูลทุกการใช้จ่ายผ่านทัชซิม เพิ่มทางเลือก ครอบคลุมหลากหลายไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มีฟังก์ชั่นเด่นๆ เช่น ความสามารถพิเศษในการบันทึกข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของซิม การโหวตแบบสัมผัสผ่านเครื่องอ่านสัญญาณอีดีซี (Electronic Data Capture) ระบบรอยัลตี้โปรแกรม ระบบให้บริการแบบซีอาร์เอ็ม การซื้อสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ การชำระเงินที่เครื่องอ่านสัญญาณ ซึ่งครอบคลุมถึงอีคอมเมิร์ซด้วย  ล่าสุดมี Android Sim ก็มีต้นแบบชิปขนาดบางเฉียบที่ภายในสามารถบรรจุ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หน่วยความจำระดับกิกะไบต์ ให้อยู่ภายในซิมขนาดจิ๋วได้ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเปลี่ยนเครื่องมือถือให้แอดวานซ์ขนาดไหน ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องการถ่ายโอนรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ และการเริ่มต้นการเรียนรู้การใช้งานมือถือในระบบปฏิบัติการแปลกๆ ของมือถือเครื่องใหม่อีกต่อไป

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    ท่านสามารถอ่านบทความย้อนหลังได้ที่
    http://www.let2see.com/ ครับ โดย ณ คลัง
    .
     http://twitter.com/nudsikan


    MWC - SK Telecom crams Android OS, processor in a SIM

    สาระWEB โดย ณ คลัง

    ปีที่ 16 ฉบับที่ 891 ประจำวันจันทร์ที่ 1 มี.ค. 2553-วันอาทิตย์ที่ 7 มี.ค. 2553 หน้า 5 การพัฒนาภาพลักษณ์ตนเอง ด้วย Social Network สื่อออนไลน์และทวิตเตอร์

    การพัฒนาภาพลักษณ์ตนเอง ด้วย Social Network สื่อออนไลน์และทวิตเตอร์

    หากเปรียบเป็นบุคคลคนหนึ่ง หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า บุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ถ้าคุณอยู่เฉย ๆ แล้วจะมีใครสักกี่คนรู้ว่าคุณเป็นคนมีความรู้ และความสามารถ จะมีใครสักกี่คนอยากจะติดต่อและเสนองานให้กับคุณ ตัวอย่างเช่น เวลาคุณสมัครงาน ถ้าคุณนั่งเงียบรอให้ฝ่ายบุคคลหรือผู้จัดการสายงานสัมภาษณ์คุณเพียงฝ่ายเดียว แล้วคุณเพียงแค่ตอบคำถามที่ถูกถามนั้น ผลที่ตามมาก็คือ คุณอาจไม่เข้าตากรรมการเลยก็เป็นได้ หรือคนที่เราพูดคุยด้วยสนใจ พร้อมที่จะเข้ามาหา และพร้อมที่จะยอมรับถึงความรู้และความสามารถของตัวคุณ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของคุณในสายตาของผู้อื่น การพัฒนาภาพลักษณ์ตนเอง ต้องเริ่มต้นจาก ตัวเราก่อน นั่นก็คือความสามารถ หรือ Competency ที่เป็นความรู้ ทักษะ ทัศนคติ การรับรู้ ความเข้าใจของตัวเรา

    ทุกคนมี พลังตัวตนที่สะท้อนมาเป็น ภาพรวมของภาพลักษณ์หลากอารมณ์ ภาพลักษณ์และ ภาพพจน์ใช้ภาษาอังกฤษคำเดียวกันว่า Image ซึ่งบอกว่าเป็นภาพสะท้อนที่อยู่ในใจแต่ละคน แต่ถ้าถอดนิยามเป็นภาษาไทย โดยเอาคำสองคำนั้นมาเป็นผลลัพธ์ ภาพลักษณ์ (Image) คือ ข้อเท็จจริง(Objective facts) บวกกับการประเมินส่วนตัว(Personal judgement) แล้วกลายเป็นภาพที่ฝังใจอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของบุคคล อยู่นานแสนนานยากที่จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากสภาพความเป็นจริง (Reality)เพราะเป็นเรื่องของการรับรู้ (Perception)ที่มนุษย์เ อาความรู้สึกส่วนตัวเข้าไปปะปนอยู่ในข้อเท็จจริงด้วย ซึ่งเราสามารถพบเห็นตัวตนที่แท้จริงของแต่ละคนได้จาก timeline ทวิตเตอร์ของคนๆนั้น นอกจากนี้บางคนอาจมีเว็บไซต์ส่วนตัว บล็อกส่วนตัว ของเพื่อนร่วมรุ่น ร่วมก๊วนเดียวกัน ซึ่งบางครั้งอาจจะมีภาพไปเที่ยว ในสภาพเมามาย หรือไม่สุภาพนัก ซึ่งจะแสดงออกสู่สาธาณะ การแสดงตัวตนของคุณโดยไม่ตั้งใจมีผลดีผลเสีย ซึ่งต้องดูตัวอย่างจากบุคคลที่มีชื่อเสียง ดาราที่มักมีข่าวไม่ดีทั้งแบบเมาแล้วขับ เสพยา เปลี่ยนคู่ควง มีต้นสังกัดต้องคอยแก้ข่าว เพื่อไม่ให้มีผลเสียต่อสปอนเซอร์ ภาพลักษณ์สินค้าที่ตัวเองเป็นพรีเซนเตอร์เป็นต้น คนธรรมดาไม่มีชื่อเสียงก็ต้องระวังภาพพจน์เช่นเดียวกัน เพราะบางทีอาจมีผู้หวังดีประสงค์ร้ายที่เป็นคู่แข่งของคุณค้นประวัติอันไม่โสภาจากอินเทอร์เน็ต จากทั้ง Facebook,twitter ก็ได้ทั้งจากเจ้านาย นายจ้าง ลูกน้อง ว่าที่พ่อตา ญาติทางแฟนที่ต้องการประวัติของคุณ นอกจากจะดูจากชีวิตจริง การปรากฏกายด้วยเครื่องแต่งกาย ผสมผสานกับท่าทาง ท่าที การพูดจา กิริยามารยาท การอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่นว่า มีลักษณะใด ดูดี เหมาะสม ลงตัวหรือ ดูดี แต่ไม่เหมาะสม และไม่ลงตัวหรือ ดูไม่ดี รวมทั้งไม่เหมาะสม และไม่ลงตัวเป็นภาพรวมที่เราถูกสัมผัสโดยผู้อื่น ในสังคม Social Network เราสามารถค้นพบบุคคลต่าง ๆ ได้ไม่ยาก ในสภาวะแวดล้อม หรือภารกิจในสังคมต่างๆ ภาพพจน์คือ นิยาม คำพูด ข้อความ ที่สรุปภาพรวมของภาพลักษณ์การแต่งกายแต่ละคน ที่สรุปจากคำชม คำติ คำวิจารณ์ เป็นคำพูดจากปาก และปากต่อปาก (Words of Mouth) ซึ่งไม่ว่าดี หรือไม่ดี เป็นคำพูด ที่สรุปจากภาพลักษณ์ที่ถูกเห็นได้จาก timeline ทวิตเตอร์ของคนๆนั้น  และกลายเป็น ภาพพจน์คือ ภาพจากคำพูด ถ้าพลังตัวตนภาพลักษณ์ ดูดี เหมาะสม ลงตัว กับตัวตนที่ใช่เราก็จะสร้าง พลังตัวตนภาพพจน์ ด้วยนิยามสรุปว่า ดูดี เหมาะสม ลงตัว กับตัวตนที่ใช่เรา

    ในขณะเดียวกันการใช้โฆษณาจะได้ผลน้อยลงเรื่อยๆ แต่ประชาสัมพันธ์จะมีบทบาทที่ให้ผลมากกว่าและใช้เงินน้อยกว่าสาเหตุเพราะสื่อโฆษณาราคาแพงขึ้นเรื่อยๆและเวลาในการโฆษณาก็มีเพียงน้อยนิด แต่การประชาสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ การทำสารคดี หรือการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารจะให้ข้อมูลมากกว่าและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีได้ชัดเจนกว่า และบุคลากรทั้งพนักงานบริการ ฝ่ายธุรกรรม ทั้งที่อยู่ในสถานที่บริการ สำนักงาน หรือเดินตามถนนหนทางที่สาธารณะ ส่วนใหญ่กลับมี ภาพรวมสื่อพลังตัวตนภาพลักษณ์ส่วนตัว มากกว่าพลังตัวตน ภาพลักษณ์แบรนด์องค์กร หรือผลิตภัณฑ์นั้นแม้จะมีสีสัน รูปแบบเครื่องแบบ ที่สื่อความเป็นเอกภาพก็ตาม

    แนวทางการสร้างภาพลักษณ์หรือบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ โดยการสร้าง Brand ให้กับตนเอง ซึ่งเริ่มพัฒนาตั้งแต่วิธีคิดและการปรับเปลี่ยนทัศนคติ เพื่อให้เกิดบุคลิกภาพที่เป็นที่ยอมรับ แต่ยังคงแสดงความเป็นตัวของตัวเอง …..นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้ถึงพื้นฐานการพัฒนาบุคลิกภาพ ทั้งทางด้านการสื่อสาร การวางตัว การแสดงออกและเทคนิคการควบคุมตนเอง ที่ทำให้เกิดเสน่ห์ในตัวคุณ และทำให้คุณเป็นที่ชื่นชอบ ซึ่งส่งผลดีต่อตัวคุณในด้านการปฏิสัมพันธ์ พูดคุย ต่อรอง และจูงใจผู้อื่น อันนำมาซึ่งความสำเร็จให้กับตัวคุณและองค์กร ทุกคนต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาตนเอง ในมุ่งเน้นพื้นฐานสำคัญอีกประการหนึ่งของความสำเร็จคือ บุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ที่สามารถทำให้ผู้นั้นได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ซึ่งจะส่งผลดีในด้านต่างๆ ทั้งการติดต่อประสานงาน การต่อรอง และการขอความร่วมมือ ช่วยเหลือ การประมวลจากความเป็นตัวตนของตนเอง ความสามารถและความต้องการของตนเอง เพื่อพัฒนาและสร้าง Brand ของตนเอง เพื่อให้เกิดการยอมรับ และรับรู้ สิ่งที่เป็นตัวตนและสื่อสารออกไปให้ตรงกัน  และทำให้ Brand ของตนเองสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงใน Social Network ทั้ง Facebook และทวิตเตอร์ครับ
    ข้อมูลเพิ่มเติม
    ท่านสามารถอ่านบทความย้อนหลังได้ที่
    http://www.let2see.com/ ครับ โดย ณ คลัง
    .
     http://twitter.com/nudsikan

    Sixty-one percent of 13-17 year olds have a personal profile on a social networking site and half have also posted pictures of themselves. Teen girls are particularly at risk of 1 in 7 youth who … 
     

    สาระWEB โดย ณ คลัง

    ปีที่ 16 ฉบับที่ 890 ประจำวันจันทร์ที่ 22 ก.พ. 2553-วันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ.2553 หน้า 5 จาก “Google Buzz” “สนิฟเฟอร์” ถึง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    จาก “Google Buzz”  “สนิฟเฟอร์”  ถึง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    กลุ่มนักรักษาสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ส่งเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการค้าสหรัฐฯหรือ Federal Trade Commission (FTC) ฟ้องว่ากูเกิลล้มเหลวในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการ Google Buzz ซึ่งเป็นข้อร้องเรียนสไตล์เดียวกับที่ทางกลุ่มเคยส่งเรื่องฟ้อง Facebook เมื่อปีที่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ผู้ใช้ Gmail ที่ไม่ได้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว จะพบว่ามีรายการผู้ติดตาม (follower) ปรากฏอยู่แล้วโดยอัตโนมัติหลังตอบรับใช้บริการ Buzz ในครั้งแรก ผู้ติดตามเหล่านี้คือกลุ่มผู้ใช้ Gmail ในรายชื่อผู้ติดต่อที่ตอบรับบริการ Buzz ไปแล้ว การเพิ่มชื่อ follower โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้เลือกด้วยตัวเองทำให้เกิดความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้กูเกิลประกาศว่าได้รับรู้ปัญหาและกำลังแก้ไขในขณะนี้  และยังพบแอดเดรสสำหรับส่งอีเมลขยะนั้นร่วมติดตามหรือ following ผู้ใช้ Gmail มากกว่า 237 คนทั่วโลก สื่อต่างประเทศมองปัญหาความกังวลในบริการ Buzz ว่าเป็นเพราะกูเกิลมองข้ามด้านลบของเครือข่ายสังคมออนไลน์ เนื่องจากกูเกิลทดสอบบริการ Buzz เฉพาะในกลุ่มผู้ได้รับเชิญเท่านั้น ไม่ได้ทดสอบบริการในวงกว้างพอ ทำให้กูเกิลพลาดและทำให้บริการ Buzz มีช่องโหว่มากกว่าปกติ แม้จะปรับแก้ไปแล้ว แต่การทยอยปรับปรุงบริการ Buzz ทำให้ผู้ใช้ต้องรอเวลาให้บริการ Buzz สมบูรณ์มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ โดยก่อนหน้านี้ ผู้บริหารกูเกิลเคยออกมาระบุว่ากำลังพิจารณาจัดทำบริการ Buzz ให้เป็นบริการแบบแยกเดี่ยว (stand-alone version) แต่จะไม่แยกออกจากบริการ Gmail ซึ่งต้องรอดูว่าบริการ Buzz จะเปิดใช้บริการในรูปแบบใดในที่สุด  สำหรับประเทศไทย กระแสนโยบายการดักจับข้อมูล หรือ “สนิฟเฟอร์” ของภาครัฐทำให้เกิดการตื่นตัวให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น และกระตุ้นให้ “พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” กฎหมายที่จะช่วยคุ้มครองความเป็นส่วนตัว จากการนำข้อมูลของบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ที่กำลังมีความพยายามที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นมานานแล้ว พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นแนวคิดที่มีจุดเริ่มต้นจากยุโรป ซึ่งให้ความสำคัญกับสิทธิความมีตัวตน เพื่อปกป้องการใช้อำนาจรัฐ และสิทธิมนุษยชนที่ควรได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งในไทยยังอยู่ระหว่างการร่าง สิ่งที่น่าสนใจ คือ สถานการณ์ในโลกอินเทอร์เน็ตขณะนี้ นอกจากข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังทำให้การควบคุมยากลำบาก โดยสิ่งที่ตามมาคือ “ความเสี่ยง” ที่ข้อมูลเหล่านี้จะถูกล่วงละเมิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องตั้งคำถามว่า “มาตรการที่รัฐจะคุ้มครองผู้ใช้มีอยู่อย่างไร” สนิฟเฟอร์เป็นเคสหนึ่งที่ทำให้คนออกมาเรียกร้องสิทธิ เป็นสิ่งที่ถูกตั้งคำถาม ซึ่งก็มีอีกหลายๆ โปรแกรม ที่สามารถดักเก็บข้อมูลการใช้งานของเราได้ อาทิเช่น คุกกี้ เว็บบั้ก เว็บแทรคกิ้ง หรือแม้แต่สปายแวร์ เป็นต้น ทั้ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นกฎหมายที่ควรจะออกมาใช้พร้อมๆ กัน หรืออย่างน้อย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก็ควรจะเร่งออกมาก่อน เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก่อนที่จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี

    ดู ๆ แล้ว กฎหมายก็ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดข้อถกเถียง และความไม่ชัดเจนของการใช้บังคับใช้กฎหมายในหลายด้าน โดยเฉพาะการตีความเนื้อหาของกฎหมาย และการบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีผลทั้งต่อผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการ

    แม้สนิฟเฟอร์เป็นแค่แอพพลิเคชั่นตัวหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญ คือ เราจะเอามาใช้อย่างไรให้ถูกต้อง เพราะถ้าเทียบให้เห็นง่ายๆ สนิฟเฟอร์ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและกระทบกับการให้บริการทำให้อินเทอร์เน็ตช้าลงเพราะมีตัวคอยกรอง ดักจับอยู่

    นอกจากนี้ กฎหมายที่กำหนดให้ผู้ให้บริการจะต้องเก็บล็อก 3 เดือน สำหรับใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในทางกฎหมาย หากในความเป็นจริงคดีความส่วนใหญ่ ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จได้ภายในเวลาดังกล่าว เทคโนโลยียังไม่นิ่ง ซึ่งบางทีเราอาจจะใช้คำว่าสนิฟเฟอร์พร่ำเพรื่อเกินไป อย่าเพิ่งตื่นตัว เพราะทางการก็ยังไม่ได้บอกว่าจะไปติดตั้งอะไร ขณะที่ไอเอสพีก็มีหน้าที่ที่ต้องเก็บล็อกตามกฎหมายปกติอยู่แล้ว ส่วนกฎหมายเรื่องของคอมพิวเตอร์ ที่ยังมีข้อถกเถียง รวมทั้งกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ครับ

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    ท่านสามารถอ่านบทความย้อนหลังได้ที่
    http://www.let2see.com/ ครับ โดย ณ คลัง
    .
     http://twitter.com/nudsikan

    Google Buzz

    สาระWEB โดย ณ คลัง

    ปีที่ 16 ฉบับที่ 889 ประจำวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. 2553-วันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ.2553 หน้า 5 Google Buzz ทำเครือข่ายสังคมใหญ่ขึ้นหรือมาแบ่งเค้ก

    Google Buzz  ทำเครือข่ายสังคมใหญ่ขึ้นหรือมาแบ่งเค้ก

    กูเกิล (Google) เปิดตัวบริการเครือข่ายสังคมใหม่ล่าสุดในชื่อ “Google Buzz” ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการ  Gmail สามารถบอกเล่าความเป็นไปหรืออัปเดทสถานะในขณะนั้นได้โดยทำเป็นส่วนเสริมการทำงาน (add-on) ทีมีชื่อว่า Google Buzz ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับการแชร์เรื่องราว และข้อมูลส่วนตัวกับคนอื่นๆ ลักษณะเดียวกับเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ สามารถแบ่งปันทั้งภาพ เสียง และวิดีโอระหว่างกันได้ด้วย ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเครือข่ายโซเชียลได้ในขณะที่ใช้ Gmail ได้กูเกิลพร้อมแนบ Google Buzz ไปกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นล่าสุด ขณะเดียวกันก็ทำเป็นแอปพลิเคชันออนไลน์ให้ชาว iPhone สามารถจ๊ะจ๋ากับกลุ่มเพื่อนในแบบเรียลไทม์ ซึ่งสามารถระบุพิกัดบนบริการแผนที่ของกูเกิลได้ด้วย  แนวคิดของ Buzz คล้ายกับเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ที่สามารถโพสต์ข้อความ และลิงค์ต่างๆ ตลอดจนภาพถ่าย และวิดีโอไปให้คนอื่นๆ บนเว็บได้รับชม ในขณะเดียวกันเพื่อนๆก็สามารถโพสต์กลับมาหาคุณได้ แต่สิ่งที่ต่างจากเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ก็คือ คุณสามารถโพสต์ได้ทั้งเรื่องที่อยากเผยแพร่ (public) และเรื่องส่วนตัว (private) และการโพสต์จากคนอื่นๆ จะสตรีมเข้ามายังบราวเซอร์ของคุณได้ ซึ่งกูเกิ้ลให้ความสำคัญกับคุณสมบัติการทำงานนี้มาก ผู้ใช้สามารถแชร์ข้อความสั้นๆ หรือสื่อต่างๆ เหมือน status update ใน Facebook กับเพื่อนๆ และคนแปลกหน้า ซึ่งคณสามารถเลือกได้ว่า ต้องการให้แต่ละโพสต์เป็นเรื่องที่ต้องการเผยแพร่ หรือเฉพาะบุคคลที่ต้องการให้ได้รับเท่านั้น ผู้ใช้สามารถโพสต์ภาพถ่าย วิดีโอ ตลอดจนข้อความ และลิงค์ต่างๆ อีกทั้งยังสามารถดึงคอนเท็นต์จากใน Twitter, Picasa, Flickr หรือ Google Reader ได้โดยตรง แต่คุณจะยังไม่สามารถส่งข้อความออกไปยังทวิตเตอร์ ซึ่งทางกูเกิ้ลกล่าวว่า มันจะทำได้ในอนาคต เมื่อผู้ใช้เปิดใช้เครื่องมือครั้งแรก Buzz จะระบุ Gmail ปัจจุบัน และคอนแท็คส์ใน Google Chat รวมถึงการให้คุณเลือกรับโพสต์จากผู้ที่คุณกำลังติดตาม following ในทวิตเตอร์ โดยอัตโนมัติ ซึ่งโพสต์ต่างๆ ทีเข้ามาแบบเรียลไทม์สามารถคลิกเข้าไปดูในแท็บ Buzz ที่ปรากฎในจีเมล์ก็ได้ น่าสนใจคือ กูเกิลนำระบบจัดอันดับหรือ Page Rang มาใช้กับข้อความอัปเดทสถานะด้วย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถให้คะแนนว่าชอบหรือไม่ชอบข้อความอัปเดทสถานะใด ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการติดต่อกับกลุ่มเพื่อนโดยตรง ซึ่งในการทำงานจะไม่มีการรีเฟรชบราวเซอร์แต่อย่างใด โพสต์ใหม่จะถูกส่งเข้่ามาในบราวเซอร์ผู้ใช้โดยตรง อีกทั้งยังสามารถดูภาพถ่ายต่างๆ และวิดีโอได้โดยตรงจากฟีดที่เข้ามา ในขณะเดียวกัน เมื่อผู้ใช้คนอื่นๆ ตอบโพสต์ของคุณ คำตอบเหล่านั้นก็จะถูกส่งเข้ามาใน inbox ของ Gmail คุณสามารถตอบโพสต์เหล่านั้นได้โดยตรงจาก inbox ของคุณ ซึ่งคุณสามารถตอบกลับไปยังผู้ส่งโดยตรงในลักษณะที่เป็นส่วนตัวก็ได้ หลังจากนั้นทางกูเกิ้ลก็ได้นำเสนอบริการ Google Buzz บนไอโฟน และแอนดรอยด์ โดยเป็นโปรแกรมแยกต่างหาก และอยู่ใน m.google.com อย่างไรก็ตามมันสามารถเชื่อมโยงกับบริการต่างๆ ของกูเกิ้ลได้ด้วย ซึ่งการเปิดใช้บริการบนสมาร์ทโฟนครั้งแรก โปรแกรมจะพยายามหาตำแหน่งของคุณจาก GPS ตลอดจนเชือมโยงการทำงานกับเครื่องมืออื่นๆ ผู้ใช้สามารถใส่ข้อมูลระบุตำแหน่ง (geotag) เข้าไปในโพสต์ของ Buzz เพื่อให้ทราบว่า ขณะโพสต์อยู่ที่ไหน ซึ่งนั่นหมายความว่า บริการ Buzz บนสมาร์ทโฟนจะเชื่อมโยงการทำงานกับ Google Maps นั่นเอง ซึ่งจะเป็นคู่แข่งของ Foursquare เพราะร้านค้า สามารถนำ ไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างความจงรักภักดี หรือสร้าวความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้เหมือนกัน แต่ก็มีเสียงจากผู้ที่เคยใช้บ้างแล้วบอกว่า ตาม Timeline ยาก interface ต่างๆดูเยอะแยะเกินไปในกรณีที่มีคนแสดงความคิดเห็นต่อข้อความหนึ่งข้อความใดเยอะๆ ลายตามากๆ แต่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลย เมื่อมีคนมาตอบหรือแสดงความคิดเห็นมันจะมีเมล์เข้ามาในกล่องด้วย ซึ่งนั่น มันทำให้ผู้ใช้คิดว่า มีงานจากลูกค้าเข้ามา, มีคนติดต่อมา ผลคือ กลายเป็นแค่เนื้อหาทั่วไป เป็นการเสพเนื้อหาเดิมซ้ำๆ ซึ่งบางข้อความเห็นได้ทั้ง facebook, twitter, และ Buzz แต่บางคนก็ชอบเพราะเพราะมันตอบสนองความต้องการบางอย่างที่ Facebook กับ Twitter ทำไม่ได้ เช่น ใน Facebook เราแก้ไขโพสต์ที่เราโพสต์ไปแล้วไม่ได้ ต้องลบอย่างเดียว เราหยุดติดตามโพสต์ที่เราเคย comment หรือ like ไม่ได้ ใน Twitter มันจำกัดตัวอักษร 140 ทุกข้อความ

    ไม่รวม tweet ที่อยู่ในบทสนทนาเดียวกันเอาไว้ที่เดียวกัน จะไม่แสดงภาพเลย จึงต้องคลิกลิงก์ เน้นในเรื่อง data integration กับข้อมูลอื่นๆ ที่เรามีโดยเราไม่ต้องเสียเวลากรอกข้อมูลใหม่หรืออัปโหลดรูปใหม่ สามารถนำรูปจาก Flickr Picasa ข้อความที่โพสต์จาก Twitter และนำ RSS feed ที่ Google Reader ได้ หรือว่า Buzz เป็นสิ่งที่ Google จำเป็นต้องมีไว้สำหรับตอบสนองวงจรของ Android และ Chrome OS แต่ผมว่าผู้ที่เห็นประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในบริการลักษณะนี้ย่อมได้ประโยชน์มากกว่าครับ

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    ท่านสามารถอ่านบทความย้อนหลังได้ที่
    http://www.let2see.com/ ครับ โดย ณ คลัง
    .
     http://twitter.com/nudsikan

    Google Buzz Demo: Twitter Killer?

     

    สาระWEB โดย ณ คลัง

    สร้างแบรนด์องค์กรเอกชนและภาพลักษณ์ราชการด้วย Twitter

    สร้างแบรนด์องค์กรเอกชนและภาพลักษณ์ราชการด้วย Twitter